สำรวจดวงลงทุน ปี2559 ปีวอก ธาตุไฟ อ.ช้าง&อ.มาศ

สำรวจดวงลงทุน ปี2559 ปีวอก ธาตุไฟ อ.ช้าง&อ.มาศ

ดูดวงปี2559

เจาะดวงชะตา ปีวอก ธาตุไฟ อ.ช้าง ย้ำ ดาวมฤตยู เข้าสู่ดวงเมืองเต็มปี แนะนักลงทุนรีบหากำไร 2 เดือนแรก ฟาก อ.มาศ มองต่าง หุ้นวิ่งเดือน มิ.ย.

พลันที่ “ดาวยูเรนัส” หรือ ดาวมฤตยู เข้าสู่ดวงเมืองในช่วงสั้น เมืองไทยก็เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันในย่านราชประสงค์ เรื่องเซอร์ไพรส์นี้ ส่งผลให้ดวงชะตาบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะคำทำนายที่ว่า

ปี2558 ตลาดหุ้นไทยอาจเดินทางไปแตะระดับสูงสุด 1,700 จุด แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ดัชนีมาไกลสุด เพียง 1,600 จุด

ทว่า “ดาวมฤตยู” กำลังจะเดินทางเข้าสู่ดวงเมืองอย่างเต็มตัวในปี 2559 เมื่อเป็นเช่นนั้นดวงชะตาทั้งในส่วนของ ตลาดหุ้น เศรษฐกิจ และการเมือง ของประเทศไทยจะมีทิศทางอย่างไร

อาจารย์ช้าง-ทศพร ศรีตุลา นักโหรศาสตร์ชื่อดัง บอกกับ “กรุงเทพธุรกิจ BizWeek” ว่า คำนายของปี 2558 ที่ไม่เป็นตามคาด คือ เรื่องตลาดหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่น่ากลัวกว่าที่คิด เนื่องจากในช่วงกลางปีที่ผ่านมา เมืองไทยเจอ “จุดเปลี่ยนของดวงดาว” โดยดาวยูเรนัส หรือมฤตยู เข้าสู่ดวงเมืองช่วงสั้นๆ ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ระเบิดย่านราชประสงค์

ทั้งนี้เรื่องไม่คาดฝันดังกล่าวจะเป็นสัญญาณบอกเหตุในปี 2559 ซึ่งเป็น “ปีวอก” (ลิง) ธาตุไฟ หลังดาวยูเรนัสจะเข้าสู่ดวงเมืองที่ถูกผูกลักขณาไว้ที่ราศีเมษ ธาตุไฟ (ราศีเมษเป็นราศีเดียวกันทั้งโลก) อย่างเต็มตัว ซึ่งดาวยูเรนัสจะมีอัตราการโคจร 7 ปีต่อหนึ่งราศี

นั่นแปลว่า ดาวยูเรนัส เคยเดินทางเข้าสู่ราศีเมษมาแล้วเมื่อ 84 ปีก่อน ตอนนั้นปี 2475 ประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตย

ดาวยูเรนัส ตามความตำรากรีก หมายถึง “สายลม ท้องฟ้า” แต่ในตำราไทย หมายถึง “การเปลี่ยนแปลงจากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกส่งหนึ่ง” 

ทว่า การเปลี่ยนแปลงที่ว่า ส่วนใหญ่เป็นภาพรวมใหญ่ของประเทศไทย เช่น รัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่างๆ

ทั้งนี้การทำนายในปีที่ดาวยูเรนัสเข้าสู่ดวงเมือง จำเป็นต้องอาศัยสถิติที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 84 ปีก่อน ซึ่งช่วงหนึ่งของนักโหรศาสตร์จะมีโอกาสพบเหตุการณ์นี้เพียงครั้งเดียว ฉะนั้นการทำนายดวงชะตาในปี 2559 ถือว่า “ทำได้ยาก”

ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ชัดว่า ดัชนีปี 2559 จะมีหน้าตาอย่างไร ขอรอดูหลังมี.ค.อีกครั้ง แต่เชื่อว่า ต้องมีเรื่องเซอร์ไพรส์ ดีหรือไม่ดี รอติดตามต่อไป

คำทำนายบอกได้เพียงว่า ปีนี้เป็นปีที่ดวงดาวเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะ “ดาวราหู” หมายถึง เจ้าแห่งการลงทุน จะย้ายจากราศีกันย์สู่ราศีสิงห์ ในวันที่ 16 ม.ค.นี้ ซึ่งจะมีผลทำให้ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.นักลงทุนไทยประสบความสำเร็จในการลงทุน และยังทำให้หลายๆเรื่องอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

แต่เมื่อผ่านมาถึงเดือนมี.ค.เหตุการณ์ต่างๆจะกลับด้าน ซึ่งมีโอกาสทั้งบวกและลบ แต่เหตุการณ์บวกคงน้อยมาก เพราะหากพิจารณาจากการที่ดาวยูเรนัสเคยเข้ามาทดสอบดวงเมืองเมื่อกลางปีก่อนจะพบว่า เกิดความวุ่นวายระยะสั้น ฉะนั้นช่วงดังกล่าวนักลงทุนอาจต้องหันไปพึ่งทางธรรม (หัวเราะ)

ทั้งนี้เมืองไทยยังโชคดีเล็กน้อย ตรงที่มีปัจจัยต่างๆ มาช่วย “ลดความร้อนแรงของดวงดาว” เช่น การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ความชัดเจนในเรื่องการเลือกตั้ง และการประมูลระบบ 4 จี เป็นต้น ฉะนั้นคงต้องรอลุ้นว่า ในช่วง 6 เดือนหลัง หลายๆเหตุการณ์จะมีหน้าตาอย่างไร

“หลังเมืองไทยเกิดวิวัฒนาการใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเทคโนโลยี หรือระบบระเบียบของเมืองไทย และทุกอย่างตกผลึก แน่นอนว่า ในปีถัดจะเกิดความนิ่งมากขึ้น สอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า “ชั่ว 7 ที ดี 7 หน” ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากดาวยูเรนัส ฉะนั้นในช่วงที่ไม่ดีทุกคนควรระมัดระวังตัวทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องหนี้สิน ไม่ควรสร้าง”

อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม ประธานสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย เจ้าของฉายา “ซินแสไฮเทค” ทำนายว่า ปี 2559 เป็นปีของ “นักษัตรวอก” (ลิง) ในทางโหราศาสตร์จีน ถือว่าเป็น “ธาตุทอง” ที่มาพร้อมกับ “ธาตุไฟ” ซึ่งจะมีความขัดแย้งกัน เปรียบเหมือนกับ “หนุมานลุยไฟ”

สำหรับพลังของนักษัตรวอก สัญลักษณ์เป็นรูปลิงนั้น อธิบายถึงความไม่อยู่นิ่งและมีความเด่นในเรื่องการเดินทางและการกีฬา ภาษาซินแส เรียกปีวอกว่า เป็น “เบ้” แปลว่า ม้า ซึ่งเป็นสัตว์พาหนะสมัยโบราณที่หมายถึงการเดินทาง ผู้คนก็จะนิยมเดินทางกันเป็นจำนวนมาก คนที่มักจะเดินทางแล้ววุ่นวายและมีปัญหาได้ง่าย คือ พวกที่เกิดในปีขาล ปีมะเส็ง ปีจอ รวมถึงพวกกลุ่มที่เดินทางบ่อยๆ คือ ปีกุน ปีเถาะ และปีมะแม

สำหรับโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุนั้น การเดินทางโดยรถยนต์รถบัส จะเกิดปัญหาเป็นภัยพิบัติที่เด่นที่สุด ทั้งชน เฉี่ยว หรือตกข้างทาง ซึ่งคนที่ถูกชงอัน ได้แก่ ปีขาล ก็ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามในปีนี้พลังของธาตุไฟหยางจะเกี่ยวพันถึงอุบัติเหตุทางเครื่องบินได้อีกด้วย เนื่องจากพลังของปีวอกนั้น เป็นแม่ธาตุของธาตุน้ำ

หากพิจารณาด้านเศรษฐกิจความเจริญเติบโตทางด้าน “ตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ” โดยรวมค่อนข้างดีขึ้นจากปี 2558 ซึ่งพลังของธาตุไฟนั้นจะเพิ่มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประชาชนให้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นก็จะทำให้ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นและการลงทุน อย่างกรณี 60 ปีที่แล้ว ดัชนีดาวน์โจนพุ่งขึ้นแตะ 500 จุด เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

สำหรับการลงด้าน “ตลาดหุ้น” ปี 2559 ดัชนีจะยังคง “ผันผวนต่อเนื่อง” โดยตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง แต่ไม่ได้ขึ้นทุกเดือนจะดีแค่บางเดือน ซึ่งเดือนที่หุ้นมีโอกาสราคาสูงคือ มิถุนายน-สิงหาคม และเดือนกันยายน หากนักลงทุนจับโอกาสให้ดีจะสามารถนำมาซึ่งความมั่งคั่งร่ำรวยได้

โดยเฉพาะ “กลุ่มพลังงาน-น้ำมัน” เนื่องจากราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น “กลุ่มพลังงานทดแทน” จากความต้องการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง “กลุ่มท่องเที่ยว” เพราะว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยดี

หุ้น “กลุ่มรับเหมา-ก่อสร้าง” เพราะภาครัฐมีการอนุมัติโครงการขนาดใหญ่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้รายได้กำไรกลุ่มรับเหมาก่อสร้างเติบโตขึ้นมาก ฉะนั้นราคาหุ้นต้องปรับขึ้นตามไปด้วย หุ้น “กลุ่มอสังหาริมทรัพย์” ปีนี้คาดว่าอสังหาฯ เริ่มฟื้นตัว

ในช่วงครึ่งแรก ตลาดหุ้นฝั่งประเทศอเมริกาจะดี แต่ในด้านตลาดหุ้นไทยจะลดลง เนื่องจากเวลาที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาขึ้น เงินต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยก็จะไหลกลับไปลงทุนยังตลาดหุ้นที่มีผลตอบแทนที่ดี ซึ่งเม็ดเงินลงทุนจะโดนโยกย้ายทั้งปีไม่อยู่กับนิ่ง

สำหรับ “กลยุทธ์” การลงทุนนักลงทุนควรกระจายพอร์ตการลงทุนออกไปในตลาดหุ้นอเมริกา หรือซื้อกองทุนที่เข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกา

“ตลาดหุ้นไทยปี 59 จะปรับตัวขึ้นแบบไซด์เวย์อัพ (ด้านข้าง) ตามทิศทางเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศที่ค่อยๆฟื้นตัว”

ด้าน “ตลาดทองคำ” ราคาทองคำจะกระเตื้องขึ้นมากกว่าปี 2558 โดยเฉพาะในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม ที่จะเห็นราคาทองคำดีดตัวขึ้นสูงเป็นพิเศษ จากนั้นจะมีโอกาสขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี โดยเฉพาะในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม

สำหรับราคาน้ำมันในปี 59 มีแนวโน้มว่า จะพุ่งขึ้นมากด้วยเช่นกัน เพราะพลังของธาตุไฟนั้นโดดเด่น ภาคเอกชนก็จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้น พลังธาตุไฟมาพลังงานน้ำมันและความร้อนอันเกิดจากพลังงานทดแทน ก็จะมีบทบาทจนมีมูลค่าการลงทุนสูงขึ้นตามมา

ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์จะค่อยๆ ฟื้นตัวเป็นรายกลุ่ม หมายความว่า เมื่อไรก็ตามที่มีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่มูลค่าที่ดินจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ดังนั้นอสังหาฯ ที่อยู่ตามแนวเส้นทางการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ราคาก็จะปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และในปี 2561 ราคาอสังหาฯ จะปรับเพิ่มขึ้นแบบพุ่งขึ้นไม่หยุด ซึ่งเศรษฐกิจไทยปีนี้จะค่อยๆ ฟื้นตัว เหตุการณ์ทางการเมืองวุ่นวายบ้างแต่จะไม่รุนแรง

ในปีวอกจะเป็นชุดพลังของ “ธาตุไฟหยางที่มาพร้อมธาตุทอง” โดย พลังธาตุไฟ ซึ่งอยู่ราศีบน เป็นตัวแทนของการส่องสว่างอบอุ่นของดวงอาทิตย์ ลอยอยู่บนพลังของธาตุทองหยางจะเป็นปีแห่งการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ทบทวน ตรวจสอบ และพลังของ “ไท้ส่วย” ซึ่งเป็นดาวใหญ่มาปะทะกับประเทศจีน เกาหลี เวียดนาม อินโดนีเซีย รวมทั้งทางฝั่งตะวันตกของทวีปออสเตรเลีย ก็จะได้รับผลกระทบในทางไม่ดีในทางภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว หรือรวมถึงการเกิดโรคระบาดลุกลามที่เป็นภัยเด่นประจำปี 2559

สำหรับ “ทิศดี–ทิศร้าย” สำหรับ บ้าน–ร้านค้า–สำนักงาน “อ.มาศ” บอกว่า ทิศที่ดีที่สุดประจำปี 59 คือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และถือเป็นทิศโชคลาภ โดยสามารถกระตุ้นพลังทางทิศนี้ได้ โดยตั้งโคมไฟ “พฤกษาอัคนี” เปล่งแสงออกมากระตุ้นพลังของทิศนี้ จะได้รับโชคขนาดใหญ่ ธุรกิจขยายตัวในระดับยิ่งยวด ทิศร้ายแรง คือ ทิศใต้

—————————————

“กันต์-มีน-ธนู-กรกฎ-เมถุน”ดวงดีสุด

อาจารย์ช้าง ทำนายดวงชะตาของ 12 ราศี ดังนี้

ราศีเมษ (14 เม.ย.-14 พ.ค.) จะเป็นปีแห่งการปรับบุคลิกใหม่ ถือเป็นการสร้างสิ่งใหม่ด้วยตัวเราเอง ถ้าเราไม่ทำดาวดวงจะทำให้ ซึ่งอาจเป็นสิ่งไม่ดีเท่าไร ใครคิดอยากเริ่มต้นธุรกิจใหม่ หรืองานใหม่ ถือเป็นจังหวะที่เหมาะสม ส่วนในแง่ของการลงทุนอาจต้องมีสติมากขึ้น เพราะปกติเป็นคนคิดเร็วทำเร็ว อย่างไรก็ดีราศีเมษเป็นราศีเดียวกับดวงเมือง ฉะนั้นแนะนำให้ไปไหว้ศาลหลักเมือง เพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคง

ราศีพฤษก (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) เนื่องจากดาวเสาร์ที่หมายถึง “ภาระ” เข้ามาสู่ราศีนี้มาตั้งแต่ปีก่อน ทำให้ในช่วง 6 เดือนแรก ยังคงต้องทำงานหนักต่อไป แต่ครึ่งปีหลัง ความแรงของดาวเสาร์จะลดลง ฉะนั้นหากจะขยับตัวทำอะไร ถือเป็นจังหวะดี แต่ควรระวังปัญหากับหุ้นส่วน หรือลูกค้า ส่วนในแง่ของการลงทุนอาจต้องระวังความผิดพลาดในการลงทุน โดยเฉพาะความผิดพลาดเล็กๆน้อย เช่น การคีย์ข้อมูลซื้อขายผิด เป็นต้น

ราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค) ถือเป็นราศีที่มีดวงเรื่องงานที่ดี ใครทำงานเกี่ยวกับการขายจะดีขึ้นเรื่อยๆ โอกาสจะได้รับโชคจากการเจรจาจะมาตั้งแต่ต้นปี ขณะเดียวกันราศีนี้ยังเหมาะกับงานเจรจาต่างประเทศ ส่วนเรื่องการลงทุนส่วนตัวยังไม่ค่อยโดดเด่นมากนัก

ราศีกรกฎ (17 ก.ค.- 16 ส.ค.) มีเกณฑ์เปลี่ยนงานสูง และมีเกณฑ์เกิดความวุ่นวายทางด้านการเงินสูงมากเช่นกัน ฉะนั้นต้องจัดระเบียบด้านการเงินใหม่ เพราะจะมีคนมาตรวจสอบการใช้เงินมากขึ้น หรือมีคนมาช่วยใช้เงิน แม้ดาวการหาเงินยังมีอยู่ แต่ดาวเสียตังค์ก็เข้ามาตั้งแต่ต้นปีเช่นกัน ทำให้เก็บเงินไม่ได้ ทั้งนี้ควรจัดโต๊ะทำงานใหม่ เพื่อให้ความแรงของดวงดาวลดน้อยลง ส่วนในแง่ของการลงทุนทำได้ แต่ต้องวางแผนดีๆ

ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.) เนื่องจากพระราหูเข้าสู่ราศีสิงห์ในวันที่ 16 ม.ค. และจะอยู่ไปตลอดปี ซึ่งจะทำให้มีโชคเกี่ยวกับการเงิน และการเสี่ยงเรื่องลงทุนในช่วงต้นปี แต่เนื่องจากรวยแบบพระราหูจะมาเร็วไปเร็ว เพราะราหูเป็นธาตุลม ฉะนั้นต้องหาวิธีดักลม ราศีนี้ลงทุนแล้วจะได้กำไรมากที่สุดในทุกราศี และมีดวงแห่งการเดินทาง อย่างไรก็ดีเมื่อได้กำไรมากต้องทำบุญมากๆ เช่นกัน แนะนำทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่าง

ราศีกันย์ (17 ก.ย.-17 ต.ค.) ราศีนี้ดวงดีที่สุดอันดับหนึ่ง เพราะครึ่งปีแรกดวงดาวร้ายๆย้ายออกไปหมดแล้ว และจะมีดาวดวงที่ดีเข้ามาแทนที่ นั่นคือ ดาวพฤหัส ซึ่งจะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง ฉะนั้นถือเป็นโอกาสที่ดีในการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ แต่เรื่องการเงินอาจวุ่นวายบ้าง โดยจะมีรายจ่ายหนักๆ แต่เป็นรายจ่ายที่สำคัญของชีวิต เช่น ซื้อบ้าน ฉะนั้นแนะนำการทำบุญใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นทอดกฐิน และผ้าป่า

ราศีตุลย์ (18 ต.ค.- 16 พ.ย.) เป็นราศีที่มีโชค แต่จะดีแค่ครึ่งปีแรก เพราะโดนผลกระทบจากดาวยูเรนัส ฉะนั้น 6 เดือนแรกต้องรีบโกยโชคมากๆ แต่เมื่อ 6 เดือนหลัง จะมีรายจ่ายหนัก และเกิดความวุ่นวายในครอบครัว ส่วนเรื่องการลงทุนทำได้แค่ในช่วงแรกเท่านั้น และไม่ควรเสี่ยงในช่วงครึ่งหลัง

ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.) ต้องดูแลเรื่องสุขภาพเป็นอันดับแรก เพราะจะเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ และจะมีดาวแห่งการแตกหักเกิดขึ้น แต่ดวงจะขึ้นในช่วง 6 เดือนหลัง โดยเฉพาะเรื่องการเงิน และสุขภาพ แนะนำให้ทำบุญเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บ

ราศีธนู (16 ธ.ค. -14 ม.ค.) ราศีนี้ดวงจะดีขึ้นเรื่อยๆ การเดินทางต่างประเทศ การลงทุน หรือ การค้าขาย ถือเป็นโอกาสที่ดีของชาวราศีนี้ แต่ควรดูแลเรื่องบริวารมากขึ้น เพราะอาจมีปัญหาเกี่ยวกับทีมงานได้

ราศีมังกร (15 ม.ค.-12 ก.พ.) ราศีนี้ควรดูแลสุขภาพ ในช่วงแรก ส่วนการลงทุนควรเน้นเรื่องอสังหาริมทรัพย์ หรือ ที่ดิน รับรองได้กำไรมาก ขณะเดียวกันยังเป็นแห่งการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย โดยในช่วง 6 เดือนหลังดวงจะดีขึ้นมาก ฉะนั้นต้องระวังในช่วงต้นปี

ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.- 14 มี.ค.) เป็นราศีที่เจอพระราหูเหมือนราศีสิงห์ ใน 6 เดือนแรก การลงทุน หรือการเสี่ยง จะทำให้เกิดความมั่งคั่ง เพราะดาวยูเรนัสไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อราศีกุมภ์มากนัก แต่ควรระวังเรื่องการทำสัญญา ฉะนั้นต้องละเอียดรอบคอบ ควรทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่างมากๆ เพราะพระราหูเป็นดาวดวงแห่งเงา วิธีแก้ คือ ทำบุญด้วยแสงสว่าง

ราศีมีน (15 มี.ค.-13 เม.ย.) ราศีนี้ดวงดีรองจากราศีกันย์ เพราะดาวร้ายๆ ออกไปหมดแล้ว โดยต้นปีจะแค่พ้นเคราะห์ แต่จะดีมากในครึ่งปีหลัง ฉะนั้นเหมาะกับการลงทุน ร่วมหุ้น หรือเซ็นสัญญาต่างๆ ส่วนในแง่ของการลงทุนยังทำได้ แต่อาจวุ่นวายเรื่องการเงิน ขณะเดียวกันก็จะมีเงินมากขึ้น เพราะผู้ใหญ่เมตตา

“ราศีที่ดวงไม่ดี คือ ราศีเมษ ราศีตุลย์ และราศีพิจิก สำหรับราศีที่ชงในปี 2559 คือ ปีเสือ (ขาล) หากใครเกิดปีขาลราศีเมษ อาจต้องระวังมากเป็นพิเศษ สำหรับในแง่ของการลงทุนในตลาดหุ้น ตามพื้นดวงปี 2559 นักลงทุนควรลงทุนหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เน้นอาคารสูง และกลุ่มสื่อสาร”

—————————————

อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม ทำนายสถานการณ์แต่ละเดือนประจำปี 2559

เดือนมกราคม  สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์วุ่นวาย โดดเด่น ที่ดินราคาสูง ประเทศไทยประชาสัมพันธ์ ด้านภาพลักษณ์ มีอุบัติภัยจากดินถล่ม ผู้ใช้แรงงานมีการประท้วงนายจ้าง มีการกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ โรคภัยจากไข้หวัดมีโอกาสระบาด สินค้าที่จำเป็นขาดตลาด ภาคใต้มีโอกาสจะเกิดพิบัติภัย ดาราหรือคนดังมีโอกาสหย่าร้าง รัฐบาลเดินหน้าทำเพื่อประชาชนระดับล่าง มีการรณรงค์สิทธิเด็กและสตรี ด้านตลาดหุ้นหดตัว ราคาทองขึ้น อสังหาริมทรัพย์แข่งขันสูง ผลผลิตการเกษตรราคาสูง

เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งปีชงกับเดือน จะมีอุบัติภัยเกี่ยวกับระเบิดหรือรถชนกันใหญ่โต ทางภาคใต้ทั้งปัญหาจังหวัดชายแดน และภัยอันเกิดจากไฟ หรือแรงระเบิดน้ำมันขึ้นราคามาก เกิดข้อโต้แย้งกันทางพลังงานฟ้องร้อง คดีความวุ่นวาย ข่าวเรื่องศรัทธาความเชื่ออย่างงมงายยังมีอยู่บ่อยๆ ข่าวฉาวในวงการศาสนาคนแห่ศรัทธาในความเชื่อที่งมงาย รัฐบาลอึดอัดใจกับปัญหาเดิมที่เกี่ยวกับปากท้องประชาชน แต่ภาพพจน์รัฐบาลยังคงดี ตลาดหุ้นไม่ได้อย่างใจ ราคาทองยังเป็นขาขึ้นอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว ด้านอุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่องพืชผัก ผลไม้ราคาดี

เดือนมีนาคม ให้ระวังภัยแล้งและความเจ็บป่วยจากโรคระบาด เอกสารและสัญญามีปัญหาได้ง่าย รัฐบาลต้องอึดอัดใจกับคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนและนานาประเทศ รัฐบาลมีรายได้ดีโครงการบางอย่างที่ริเริ่มไว้เริ่มส่งผลดี มีการลงทุนในโครงการใหญ่ๆระดับพันล้าน ตลาดหุ้นยังทรงต่อเนื่องราคาทองก็สูงขึ้นด้วยอสังหาริมทรัพย์แข่งขันกันดุเดือด อุตสาหกรรมมีปัญหาพืชผักราคาแพง ผลไม้มีราคาสูง

เดือนเมษายน ภาคใต้ประสบปัญหาจากผู้ก่อความไม่สงบ ประชาชนนิยมความรุนแรงเข้าหากัน รัฐบาลภาพพจน์ดีขึ้น ภาคเอกชนมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการบริการ เช่นโรงแรมรับผลดี มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์และเครื่องบินบ่อยครั้งหมอกและควันไฟก่อเกิดปัญหาตลาดหุ้นตกราคาทองเริ่มถดถอย อสังหาริมทรัพย์เติบโต ผลผลิตทางการเกษตรได้ราคาดีชาวนาขายข้าวได้ราคาดีขึ้น รัฐบาลภาพจนดีขึ้น

เดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่มีอุบัติเหตุทางรถยนต์และรถไฟมากที่สุด มีข่าวการลักขโมยบ่อยครั้ง ดาราในวงการมีเรื่องอื้อฉาว คนดังประสบอุบัติเหตุ ภาพลักษณ์รัฐบาลยังดี ตลาดหุ้นและการลงทุนดีขึ้นแล้วลงต่อ ราคาทองตกต่ำ อสังหาริมทรัพย์ไม่หวือหวา อุตสาหกรรมพอไปได้แต่ก็แทบหืดจับธุรกิจท่องเที่ยวและคนทำงานกลางคืนจะรุ่งเรือง

เดือนมิถุนายน เศรษฐกิจทั่วโลกดีขึ้น มีการลงทุน แต่เศรษฐกิจไทยไม่ค่อยดี เพราะรับผลกระทบจากการผันผวนของค่าเงินหรือเสียเปรียบต่างชาติด้านการต่อรองทางผลประโยชน์ พลังเดือนนี้เป็นเกี้ยบไช้ทำให้ประเทศชาติมีภาวะถดถอยในทางเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นทะยาน พลังงานเด่นราคาทองอ่อนตัว อสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว อุตสาหกรรมกลับมาดี พืชผักราคาดีผลไม้ราคาตกต่ำ

เดือนกรกฎาคม ภัยจากความร้อนและลมพายุ เกิดความแห้งแล้ง มีภัยจากเครื่องบินตกและแผ่นดินไหวผลผลิตการเกษตรน้อย ทิศตะวันตกมีเคราะห์ภัย เชื้อโรคระบาดจากวัวหรือสัตว์ปีก รัฐบาลมีผลงาน เกมการเมืองเหนือชั้น ตลาดหุ้นชะลอลงเล็กน้อย ราคาทองยังไม่ดีนัก อสังหาริมทรัพย์ไปได้ดี อุตสาหกรรมยังพอไปได้พืชผักและผลไม้ ราคาดี

เดือนสิงหาคม ผู้คนอารมณ์ร้อน ขัดแย้งกันได้ง่าย เกิดปะทะสงครามย่อยๆในหลายประเทศ เกิดระเบิดหรือดินถล่มแถวประเทศจีน เกาหลีและประเทศกลุ่มที่ถูกชงด้วยพลังประจำปี คนสำคัญมีโอกาสโดนลอบสังหารทางภาคใต้ของไทยมีปัญหาความไม่สงบหรือเกิดภัยพิบัติ ตลาดหุ้นขึ้นพุ่งขึ้นราคาทองขึ้นแล้วลง อสังหาริมทรัพย์อ่อนตัว อุตสาหกรรมขาขึ้น พืชผักขาดแคลน มีราคาแพง ผลไม้ไม่ได้ราคา

เดือนกันยายน ภาวะเศรษฐกิจมีเหตุพลิกผัน เส้นทางขรุขระไม่ราบเรียบ ผู้นำหงุดหงิดฉุนเฉียว เพราะหลายฝ่ายพยายามเรียกร้องเงื่อนไขซ้ำซาก ทองคำและเครื่องประดับมีราคาดี ปลายเดือนภาวะต่างๆดีขึ้น ต่างประเทศยังคงมีปัญหารบพุ่งกัน หมอกควันจากไฟก่อปัญหาเป็นวงกว้าง ระวังโรคภัยทางเดินหายใจตลาดหุ้นขึ้นราคาทองยิ่งเพิ่มสูงขึ้น แล้วสวิงกลับอสังหาริมทรัพย์และ อุตสาหกรรมขยายตัว พืชผักราคาแพงราคาผลไม้ดี

เดือนตุลาคม เมฆหมอกลอยหาย ฟ้าสว่างไสวลมโชยเย็น พลังแห่งภาพลักษณ์โดดเด่นเกิดการลงทุน มากมายในเมืองไทย ราคาที่ดินดีดตัวสูงขึ้น ประเทศไทยเนื้อหอม คนมาเที่ยวในประเทศไทยเยอะ รัฐบาลประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ในเชิงบวก คนดังหรือวงการศาสนาทำเรื่องอื้อฉาว เดือนนี้เสี่ยงต่อการระบาดของโรคภัย โดยเฉพาะทางอาหารและโรคพุพองทางผิวหนัง ตลาดหุ้นชะลอตัว ราคาทองดีขึ้น อสังหาริมทรัพย์โดดเด่น อุตสาหกรรมชะงัก พืชผักได้ราคาแพงผลไม้อุดมสมบูรณ์

เดือนพฤศจิกายน สภาพพลังของเดือนนี้เหมือนน้ำขุ่นเพราะฝนตกหนัก ดอกไม้ร่วงเต็มพื้นเพราะลมแรง เรื่องอื้อฉาวของคนดังยังคงมีให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมของประเทศคือดวงไม่ดีเหมือนถูกพายุโถมใส่ ระวังคนถ่อยเล่นงานในเรื่องติฉินนินทา ต้องไปเกี่ยวพันกับเรื่องฟ้องร้องคดีความ ตลาดหุ้นคึกคักลดลงกว่าเดือนก่อน ราคาทองน่าเล่นอสังหาริมทรัพย์ยังพอไปได้ อุตสาหกรรมได้รับการส่งเสริม พืชผักราคาลดลง ผลไม้ราคาดี

เดือนธันวาคม ดอกไม้ผลิบาน กลิ่นหอมโชยทั่ว ดวงชะตาประเทศมีความรุ่งโรจน์ ภาคธุรกิจได้รับผลประโยชน์ การเมืองมีความมั่นคง ผู้นำได้รับคำชื่นชมยินดี เดินทางไปทางใต้ระวังอุบัติเหตุจากน้ำและไฟ ตลาดหุ้นตกต่ำ ทองราคาดีขึ้น อสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว อุตสาหกรรมน่าหนักใจ พืชผักราคาซบเซา ผลไม้การแข่งขันสูง

ขอขอบคุณ : กรุงเทพธุรกิจ

ใส่ความเห็น