ดวงดาวบนต้นไม้

ดวงดาวบนต้นไม้

ดวงดาวบนต้นไม้

โดย “วรกฤต”

การเปรียบเทียบเป็นการเขียนวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถนึกเห็นภาพของสิ่งต่างๆ ที่เป็นนามธรรม ออกมาเป็นรูปธรรมได้ง่ายและชัดเจนขึ้น นักประพันธ์ไทยทั้งอดีตและปัจจุบันมักใช้การเขียนเชิงเปรียบเพื่อให้ผู้อ่านนึกเห็นภาพชัดเจน เกิดอารมณ์ความรู้สึกร่วม และจดจำสิ่งนั้นๆได้ง่ายขึ้น เช่นเมื่อไปเห็นทะเลสาบที่มีน้ำใส ก็กล่าวว่า น้ำในทะเลสาบใสราวกับแผ่นกระจก หรือเมื่อเดินทางไปต่างจังหวัด เราอาจเปรียบนาข้าวสองข้างทางเหมือนพรมผืนใหญ่ สีเขียวขจี และพรมนั้นกระเพื่อมไหวดุจคลื่น เมื่อลมพัดยอดข้าวโอนเอนไปมา

โหราจารย์ของไทยก็เช่นกัน ท่านเปรียบชีวิตมนุษย์ดุจต้นไม้ใหญ่ ทศเคราะห์ที่ประกอบอยู่ในดวงชะตาก็เปรียบได้กับส่วนต่างๆของต้นไม้นั้น กล่าวคือ

อาทิตย์เปรียบเหมือน “ราก” เป็นพื้นฐานและเป็นหลักยึดเหนี่ยว มนุษย์เราหากมีดวงอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งที่ดี ได้มาตรฐานที่ดี อาทิตย์จะมีพลังเต็มที่ วิถีชีวิตก็จะดำเนินไปอย่างมั่นคง สูงส่ง มียศศักดิ์ มีความเจริญ เหมือนต้นไม้ที่มีรากแก้วแข็งแรง ก็ย่อมเจิญเติบโตได้อย่างสง่างาม

จันทร์ เปรียบเหมือน “แก่น” คนที่มีจันทร์ดี จะมีจริต กิริยา มารยาทเรียบร้อย เข้าใจและเห็นใจผู้อื่นเป็นอย่างดี คุณสมบัติภายในเหล่านี้ คือแก่นที่จะทำให้คนๆนั้นเป็นที่นิยมชมชอบของคนทั่วไป สามารถสร้างหลักฐานฐานะ มีแก่นชีวิตที่มั่นคงได้

ดาวอังคาร เปรียบเหมือน “ใบ” ซึ่งแผ่ปกคลุมต้นไม้ ผู้ที่มีอังคารดี จะเป็นคนกล้าแข็ง ขยัน กระตือรือร้น สร้างตน ทำให้มีอำนาจ แผ่ปกเหมือนใบไม้ที่แผ่ร่มเงา เป็นที่พักพิงของสัตว์ต่างๆ

ดาวพุธ เปรียบเหมือน “ดอกไม้” ผู้มีพุธดี จะมีความสามารถในการคิด การพูด การเขียน มีความฉลาดปราดเปรื่อง คล่องตัวในการติดต่อสื่อสาร เป็นเหมือนเครื่องประดับให้บุคคลนั้นงดงาม มีเสน่ห์ดุจดอกไม้ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป

ดาวพฤหัสบดี เปรียบเหมือน “ผลไม้” เป็นธรรมชาติของต้นไม้ เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ย่อมผลิตผล ผู้มีดาวพฤหัสบดีดี ผลผลิตก็จะทรงคุณค่า ผู้คนใช้เป็นอาหาร ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ดาวพฤหัสจึงเป็นผู้ใหญ่ ผู้ทรงคุณธรม เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้

ดาวศุกร์ เปรียบเหมือน “กระพี้” คือส่วนของเนื้อไม้ที่หุ้มแก่น ผู้มีดาวศุกร์ดีจึงมีสิ่งห่อหุ้มที่ดี ที่งดงาม แวดล้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีคนรักใคร่ มีความสุข

ดาวเสาร์ เปรียบเสมือน “กิ่งก้านสาขา” ผู้มีดาวเสาร์ดี จึงมีที่ดิน ทรัพย์สิน บริวาร แผ่ขยายกว้าง เป็นที่พึ่งพิงอาศัยของลูกหลาน บริวาร ในขณะเดียวกัน ลูกหลาน บริวารก็มาคอยห้อมล้อมรับใช้เช่นกัน เหมือนต้นไม้ ยิ่งมีกิ่งก้านสาขาแตกแขนงมาก ก็ให้ร่มเงาเป็นที่ชื่นชอบของคนและสัตว์ ให้ประโยชน์ซึ่งกันและกันได้

การที่ผู้เขียนกล่าวถึงดาวทั้ง 7 ดวงในแง่ดี มิได้หมายความว่าดาวทั้ง 7 ดวง จะให้คุณแก่มนุษย์ไปเสียทั้งหมด หากในดวงชะตาของผู้ใดมีดาวอยู่ในตำแหน่งที่ดี คืออยู่ในภพที่ดี มีตำแหน่งมาตรฐานที่ดี เช่นเป็นมหาอุจจ์ ราชาโชค ฯลฯ ก็จะส่งผลดีดังกล่าวมาแล้ว แต่ถ้าดาวอยู่ในภพไม่ดี เช่น อริ มรณะ วินาศ หรือมีตำแหน่งมาตรฐานไม่ดี เช่น เป็นนิจ ประ ฯลฯ ย่อมส่งผลไม่ดี ในแง่มุมตรงข้ามกับที่กล่าวไว้นั้น

ยังมีดาวอีก 3 ดวงที่มนุษย์มักมองในแง่มุมไม่ดี จึงเปรียบเทียบกับสิ่งที่ไม่ดีนักคือ

ราหู เปรียบเสมือน “ตัวมอด ด้วง หนอน” ที่คอยชอนไช ทำลายต้นไม้ ให้เกิดโรคและชำรุดเสียหาย แต่ในขณะเดียวกัน ศัตรูพืชเหล่านี้ก็อาจให้คุณแก่ต้นไม้ได้ ในบางโอกาส

เกต เปรียบเสมือน “เส้นใย เครือเถา” เถาวัลย์ที่พันต้นไม้ยุ่งเหยิง ยืดยาว แต่ก็อาจใช้ประโยชน์ได้ มีทั้งคุณและโทษ เช่นเดียวกัน

ดาวดวงสุดท้ายคือ มฤตยู ซึ่งเปรียบเสมือน “ปุ๋ย รา” อันเป็นตัวเสริมทั้งทางร้ายและดี อาจเป็นราที่คอยทำลายเนื้อไม้ให้ผุกร่อน หรือเป็นปุ๋ยบำรุงส่วนต่างๆของต้นไม้ก็ได้

การมอง “ดาวบนต้นไม้” ช่วยให้เราเข้าใจและจดจำเรื่องราวต่างๆของดาวที่สัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ได้ดีขึ้น “ดาวบนต้นไม้” ยังคงส่องแสงระยิบระยับอยู่ต่อไป แต่จะส่งผลต่อชีวิตของคนแต่ละคนในแง่ดีหรือร้าย มากหรือน้อยเพียงใด ย่อมแล้วแต่บุญกรรมที่คนแต่ละคนได้กระทำมาในอดีต อันเป็นตัวกำหนดภพและกำหนดตำแหน่งดาวในดวงชะตาของตน

โหราศาสตร์