ความไม่เห็นแก่ตัวเป็นบรมธรรม โ…

ความไม่เห็นแก่ตัวเป็นบรมธรรม โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

ความไม่เห็นแก่ตัวเป็นบรมธรรม โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

ความไม่เห็นแก่ตัวเป็นบรมธรรม

โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

 

v   ความไม่เห็นแก่ตัว คือมีตัวของธรรมชาติ-ของธรรมะ    ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

ไม่ใช่ของกิเลส-ตัณหา-อุปทาน  ซึ่งเป็นผลิตผลของอวิชชาอีกต่อ

v  ต้องการระดับทั่วไป  เพียง  Non Selfish  (ไม่เห็นแก่ตัว)  ไม่ถึง  Selfless (ไม่มีตัวตน)  ซึ่งเป็นพระอรหันต์  ไม่เห็นแก่ตัวแต่เห็นแก่ธรรม  มีความรู้สึกเป็นตัวเดียวกันทั้งโลก

v   เป็น สชญ.ที่เดินมาถูกทางของโพธิ     แทนที่จะไปทางกิเลส : สร้างตัวมายาขึ้น   ธรรมชาติที่เดินถูกทางของธรรมชาติ

v  คำนี้กำกวม :  เห็นแก่ตัว คือ อยากดี   แต่ดีชนิด “ทำนาบนหัวผู้อื่น”  ผิดจากคำว่า รักตัว ,สงวนตัว สร้างตัว   ถ้าอยากดีชนิดให้ทำแต่ดี  มิใช่ หกต. (เห็นแก่ตัว)

v   ทุกศาสนาสอนไม่เห็นแก่ตัว :  แต่ถูกนำไปใช้ในฐานะเครื่องมือหรือที่ตั้งแห่ง หกต.  กระทั่งเห็นแก่ตัวระหว่างศาสนา

v   ความเห็นแก่ตัวมีพิษ  :  กัดเจ้าของก่อน,แล้วกัดผู้อื่น,แล้วทำลายสังคม,กระทั่งโลก

v   ทำไมความเห็นแก่ตัวกลับกัดตัว :  เพราะมันเป็นตัวของอุปาทานที่มาจากอวิชชา  ความรักตัว(ด้วยอวิชชา)กลับกัดตัว

v   เห็นแก่ตัวที่ไหน   มีความขัดแย้งที่นั่น  :  ขัดแย้ง คือ อุปัททวะ,กัดวินาศ,ขัดแย้งแม้กะตัวเอง,ของรักของตัวเอง

v   เป็นที่ตั้งแก่ตัณหา-มานะ-ทิฎฐิ  :   ที่ประชุมแห่งวิกฤตกาล,  นอก-ใน รอบด้าน, สร้างปัญหา,ไม่อาจขจัดปัญหา

v   ทำให้ลืม  มองไม่เห็นข้อเท็จจริง  :  เป็นมนุษย์ด้วยกัน  ชาติเดียวกัน

v   สัตว์มีเท่าเดิม  :  มนุษย์มีเพิ่มขึ้นตามความเจริญ(ทางวัตถุ)ที่กำลังมี    ใครเห็นแก่ตัวน้อยกว่าคิดเอาเอง

v   ในโลกปัจจุบัน  :  ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยภาพ หรือ สัญญลักษณ์แห่ง หกต. แม้นในที่ประชุมระหว่างชาติ-แม้ศาสนา

v   ให้เกิดแม้แต่อุบัติเหตุที่มิได้เจตนา,  เพราะมันทำให้สะเพร่า-หยาบหวัด-ขาดสติ

v   วิกฤต แม้ พอแม่/ลูก  ผัว/เมีย   ศิษย์/ครู  ลูกจ้าง/นายจ้าง   เพื่อน/เพื่อน  รัฐ/ประชาชน   รัฐ/ฝ่ายค้าน   ผู้ปกครอง/ผู้ใต้การปกครอง

v   มันทำลายความซื่อตรง จงรัก สามัคคี กตัญญู   ความรับผิดชอบ  ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี  เกลียดธรรม

v   มันทำลายสาธารณะประโยชน์-ทรัพย์ส่วนรวม   ทรัพยากรธรรมชาติ-ทำลายโลกของธรรมชาติ  ทำลายตัวเองโดยไม่รู้สึก

v   ตรงกันข้ามจากความหมายของคำอริยเมตไตรย หรือมิตรภาพ  จึงมี่มีคำว่า “ชาติ”

v   ถ้ามันจะจับกลุ่มกัน  ก็มีแต่ร่วมกันปล้น  ร่วมกันทำลายผู้อื่นเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

v  มันมาจาก  อหังการมมังการมานานุสัย   มีรากฐานอยู่บน อัสมิมานะ  ที่ละแล้วสุขสูงสุด  หรือเป็นอรหันต์  เราเอาแค่สัตบุรุษ-สุภาพบุรุษในความหมายธรรมดา

v   ในฐานะเป็นบรมธรรม,ในความหมายของนิพพาน & อหิงสา  แม้อตัมมยตา  ศรีอารยเมตไตรย

v  ปัจจัยหรือรากฐานแห่ง สชญ. แห่งการอยู่กันเป็นพวก  รักกัน  ร่วมแรงกัน  ช่วยกันในสิ่งที่เพื่อนทำไม่ได้  :- ลูกไก่จิกเห็บ  ลิงหาเหา  ผึ้ง,ปลวก,มดไม่มีสมาชิกที่เกี่ยงงอน   สุนัขแมวไม่แย่งของที่ตัวอื่นถือเอาแล้ว,เว้นไก่

v   อุปสรรคที่เขาไม่เห็นด้วย  :-

ก. ไม่เห็นแก่ตัว   ไม่ก้าวหน้า-สะสม

ข. ไม่เห็นแก่ตัว    ศัตรูรุกราน

ค. ไม่เห็นแก่ตัว    ผิดปรกติมนุษย์

ง.  ไม่เห็นแก่ตัว    ไม่รักชาติ  ฯลฯ

v   ธรรมิกสังคมนิยม ธรรมิกอะไรก็ตามมีรากฐานอยู่ที่ความไม่เหนแก่ตัว

v   ใจจืด-ใจแคบ  เพราะเห็นแก่ตัว :-

-นอนเสียดีกว่าไปช่วยมัน

-กระทั่งนอนเสียดีกว่าช่วยตัวเอง

-ดีกว่าจะช่วยล้างถ้วยจาน ฯลฯ ถูเรือน

v   การศึกษาในโลกปัจจุบัน  ไม่ช่วยให้กำจัด หกต.  แถมส่งเสริมหรือเป็นที่ตั้ง หกต.ไปเสียอีก.

 

อตฺตา  หิ  อตฺตโน  นาโถ

          มิใยใคร  จะพึ่ง  ซึ่งพระเจ้า                                 แต่พวกเรา  ชาวพุทธ  ศาสนา

ผู้เชื่อฟัง  โอวาท  พระศาสดา                                       พึ่งธรรมา  คือพึ่ง  ซึ่งตัวเอง

          ประกอบกรรม  นำมา  ซึ่งโภคผล                     ตั้งแต่ต้น  จนปลาย  ได้เหมาะเหม็ง

ทั้งทางโลก  ทางธรรม  ก็ยำเกรง                                 ถือ  เลบง  สร้างตน  อยู่ทั่วกัน

          อตฺตา  หิ  อตฺตโน  นาโถ, แปล                          ว่า  “ตัว  พึ่ง   ตัว”  แน่ ถ้าปดผัน

เป็นอื่นไป  วนเวียน  พราเหียร  ครัน                           พึ่งเขานั้น  ไม่ “หนึ่ง”  เหมือนพึ่งตัว

  โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ